SAK

admin

Administrator
Staff member
หุ้น SAK บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)
 
Last edited:

Snow

Member
งบ q1 ออกวันที่ 12/05/2021

oA6VQwM.jpg
 

Snow

Member
เกร็ดจาก Oppday SAK บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) Q1

- ปัจจุบันมีสาขาอยู่ที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน

- ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ รถใหม่ ประมาณ 10,000 สัญญา สัญญาละประมาณไม่เกิน 42,000 บาท

- SAK เริ่มธุรกิจนายหน้าประกันภัย ตั้งแต่ มกราคม 2564 ขายได้ 50-60% ของสาขาทั้งหมด พบปัญหาการขออนุญาต เนื่องจากสถานการณ์โควิด กำลังปรับปรุงพัฒนาช่องทางการขาย เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

- ต้นทุนการเงิน ลดลงต่อเนื่อง เพราะได้เงิน IPO ไปชำระหนี้ เพื่อลดต้นทุน และจะนำเงิน IPO ไปให้สินเชื่อต่อไป

- การขยายให้ปี 64 ตามที่ตั้งเป้า เปิดเพิ่ม 200 แห่ง ครบแล้วตามที่วางไว้ในเดือนพฤษภาคม (ฤดูกาลเพาะปลูก มิถุนายน และโรงเรียนจะเปิดเทอมในช่วงนี้)

- นาโนไฟแนนซ์ เพื่อการประกอบอาชีพ จะมีทีมงานไปตรวจ ว่าจะเอาเงินไปทำอะไร ประกอบอาชีพที่ไหน ต้องเป็นลูกค้าเดิม ที่มีประวัติการชำระที่ดีต่อเนื่อง ที่มากู้เพิ่มเพราะอาจจะเป็นลูกค้าเดิมอยู่แล้ว แต่ได้วงเงินจำกัด จากหลักประกัน จึงมาขอนาโนไฟแนนซ์เพิ่ม ตัวนาโน หนี้เสียอยู่ที่ 4% สูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ๆ ของบริษัท แต่ต่ำกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมนาโนไฟแนนซ์ทั่วไป ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10%

- หนี้เสียจากลูกค้าภาคเกษตร ประมาณ 1%

- การพักหนี้โควิด ตามที่รัฐประกาศ (วันนี้) แทบไม่ต่างกับปีที่แล้ว จะพยายามดูแลไม่ให้กระทบกับการเติบโต

- พอร์ตสินเชื่อโตเร็ว เพราะการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ลูกค้าใหม่อัตราสูงขึ้น

- Q2 จะโต yoy qoq

- เป้าหมายการคุม NLP จะคุมให้อยู่ 2-2.5%

- จำนวนพนักงานต่อสาขา โดยเฉลี่ย 2 คนต่อสาขา การขายประกัน ยังขายไม่ได้ทุกแห่ง แต่จะปรับวิธีการดำเนินงานต่อไป

- ค่าใช้จ่ายปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะขยายสาขาตามแผนการ

- ยังไม่มีแผนการจ่ายปันผลเป็นหุ้น

- ยังเชื่อว่าการขยายสาขามีความสำคัญ แม้ยุคใหม่จะมีการให้บริการผ่านออนไลน์แล้ว

- รายได้ Q2 ยังตอบไม่ได้ (เนื่องจากจะผิดกฎ) แต่การเติบโต ยังตั้งเป้าตามเดิม คือพอร์ตสินเชื่อ 8,400 ล้านบาท
 

Snow

Member
 

Rooney10

Member
SAK เผย”อัยยวัฒน์”เข้าถือหุ้นเป็นการลงทุนส่วนตัว,เร่งขยายพอร์ตหลังเพิ่มสาขาเร็วกว่าแผน

นายศิวพงศ์ บุญสาลี ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง (SAK) เปิดเผยว่า กรณีที่ นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานบริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (กรุ๊ป) จำกัด เข้ามาถือหุ้นบริษัทฯ เป็นอันดับที่ 8 นั้น เป็นการตัดสินใจนายอัยยวัฒน์ที่ต้องการเข้ามาลงทุนในบริษัท โดยไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้บริหาร SAK แต่อย่างใด
สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการขยายพอร์ตสินเชื่อจาก 6,400 ล้านบาทในปีก่อน เป็นเป้าหมาย 8,400 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ โดยจะเร่งสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้กับสาขาที่มีอยู่เดิมและสาขาใหม่ ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ขยายสาขาจนครบ 200 สาขาแล้ว เร็วกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ คาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้ราว 15% ต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายฐานลูกค้าใหม่ราว 10% ต่อเดือน

จากปัจจัยดังกล่าวก็น่าจะส่งผลดีต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/64 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 โดยเบื้องต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ยังสามารถขยายพอร์ตสินเชื่อได้ดี และหนี้ค้างชำระ (NPL) ไม่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทฯ จะควบคุมหนี้ NPL ในปีนี้ให้อยู่ในระดับ 2-2.5% จากไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 2.1% ลดลงจากสิ้นปี 63 ที่อยู่ที่ 2.2%

“ปัจจุบันเราไม่ได้รับผลกระทบที่เกิดจากโควิด-19 โดยยังคงเปิดดำเนินการสาขาได้ตามปกติ ซึ่งในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ก็ยังสามารถการขยายพอร์ตสินเชื่อได้ และ NPL ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่บริษัทก็ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องด้วยปีนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างมาก ซึ่งยังต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด”

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อยกระดับการให้บริการสินเชื่อ ซึ่งในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาก็ได้มีการนำในส่วนของ Mobile Application การชำระ-จ่ายเงินสินเชื่อ เข้ามาใช้งานแล้ว และน่าจะใช้ได้ครบทั้งระบบในเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการกับประชาชนที่เป็นลูกค้าของบริษัท และเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนด้านกำลังคน ในการให้บริการสินเชื่อ

โดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะนำมาใช้ ประกอบด้วย Digitalization เป็นการบันทึกข้อมูลและเอกสารแบบ Paperless รวมไปถึงการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติสินเชื่อ และยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย, Mobile Application เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระ-จ่ายเงินสินเชื่อ โดยเชื่อมโยงกับเครือข่ายของธนาคาร รวมไปถึงการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในการรับข่าวสารและตรวจสอบข้อมูลอีกด้วย และ Data Analysis นำข้อมูล ประวัติ และพฤติกรรมของลูกค้าในอดีตมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สินเชื่อ การติดตามหนี้ และการประเมินความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 64)

 

Rooney10

Member
uMm2e0h.jpg

สรุป OPPDAY หุ้น SAK หุ้นเล็กกำไรโตจากกลุ่มลิสซิ่ง

คงจะไม่ผิดสักเท่าไหร่นะครับถ้าเราจะบอกว่าธุรกิจ “ลิสซิ่ง” คือหนึ่งในธุรกิจที่เหมาะกับโครงสร้างและสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยเราเป็นอย่างมาก
เนื่องจากว่าปัญหาหลักของประชากรส่วนใหญ่ก็คือการ “เข้าไม่ถีงแหล่งเงินทุน” จากสถาบันการเงินใหญ่ๆ ทำให้ธุรกิจกลุ่ม Non-Bank ต้องเข้ามาเป็นผู้แก้ Paint point และเติมช่องว่างให้กับปัญหานี้

และแน่นอนว่า SAK หรือบมจ. ศักดิ์สยามลิสซิ่ง ก็คือหนี่งในหุ้นน้องเล็กจากกลุ่มลิสซิ่งที่พวกเรา หุ้นพอร์ตระเบิด จะมาสรุปสถานการณ์รวมๆภายหลังจากที่มีการประกาศงบประจำไตรมาส 1/64 ออกมาให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

โดยที่ธุรกิจของ SAK นั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก(เรียงตามสัดส่วนรายได้) ได้แก่
  • สินเชื่อทะเบียนรถ (82.4%)
  • สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (11.4%)
  • สินเชื่อเช่าซื้อ (3.4%)
  • สินเชื่อส่วนบุคคล (2.8%)
ซึ่งสัดส่วนของสินเชื่อที่มีหลักประกันต่อพอร์ตสินเชื่อรวมจำนวน 6,811 ล้านบาทของ SAK จะมีอยู่ที่ 85.8% ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถกระบะกว่า 40% รองลงมาเป็นรถจักรยานยนต์ 21% และรถเพื่อการเกษตรอีก 12% เป็นต้น

ในขณะที่กฎเกณฑ์ข้อบังคับจากแบงก์ชาติในเรื่องของเพดานดอกเบี้ยสำหรับรถกระบะก็จะมีอยู่ที่ไม่เกิน 24% สินเชื่อส่วนบุคคลไม่เกิน 25% ส่วนสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์คือไม่เกิน 33% ตามเดิม

สำหรับพอร์ตลูกหนี้ของทางบริษัทก็จะถือว่ายังมีการเติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องโดยถ้าจะนับจากปีพ.ศ. 2561 - 2563 จะคิดเป็น CAGR อยู่ที่ 7.7% ส่งผลให้ปัจจุบัน SAK มีพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ทั้งหมด 6,811 ล้านบาทและมีสาขารวมทั้งหมดอยู่ 719 สาขา ครอบคลุม 40 จังหวัด

สะท้อนผ่านออกมายังกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/64 ที่ 118.6 ล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโตขึ้นมา 14.9% ในขณะที่NPL มีการลดลงมาจากไตรมาสก่อนจนเหลือ 2.1% โดยจะถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ซึ่งก็เป็นสาเหตุมาจากพอร์ตสินเชื่อที่โตขึ้น รวมไปถึงต้นทุนที่ต่ำลงทั้งจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และดอกเบี้ยที่น้อยลงจากการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปชำระหนี้กู้ยืมระยะสั้นนั่นเอง

สำหรับเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ SAK ก็จะทำให้พอร์ตสินเชื่อรวมที่มีอยู่ให้เติบโตขึ้นไปเป็น 8,400 ล้านบาทและต่อด้วย 12,000 ล้านบาทภายในปีพ.ศ. 2566 ส่วนเป้าหมายเปิดสาขาเพิ่ม 200 แห่งนั้น SAK ก็ได้ทำการเปิดจนครบไปก่อนกำหนดเรียบร้อยแล้ว

โดยกรรมการผู้จัดการของ SAK ก็ยังคงมั่นใจว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างเป็นธรรม เข้าใจ & เข้าถึงประชาชนด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพื่อยกระดับการบริการให้มีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็ว

และทั้งหมดนี้ก็คงจะเป็นเนื้อหาสำคัญของ SAK ซึ่งได้แจ้งไว้ใน OPPDAY ประจำไตรมาส 1/64 ที่พวกเรา หุ้นพอร์ตระเบิด อยากจะสรุปให้เพื่อนๆทุกคนได้อัพเดทกันแบบเข้าใจง่าย

แล้วอย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานของเราผลิตในการคอนเทนต์ดีๆต่อไปด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ขอตัวลาทุกท่านไปก่อน
สวัสดีครับ...

ที่มา: Facebook เพจ หุ้นพอร์ทระเบิด
 

Rooney10

Member
O98HYrz.jpg


SAK เข้าคำนวณในดัชนี FTSE SET Mid Cap Index (ทำให้ต่างชาติมาซื้อมากขึ้น)
07/06/2021
 

Rooney10

Member
ptKrqpX.jpg


ผู้บริหาร SAK ซื้อ วันที่ 8 และวันที่ 9 มิถุนายน 2021
 

Snow

Member
ทันหุ้น - SAK แย้มผลงานครึ่งปีแรก2564โตกว่าเป้า ความต้องการสินเชื่อเกษตรกรยังมีมาก ราคาผลผลิตสูง หนุนยอดสัญญาใหม่พุ่งเฉลี่ย 15% ต่อเดือน อวดยอดพอร์ตสินเชื่อปัจจุบันแตะ 7.5 พันล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ 8.4 พันล้านบาท เล็งปลายไตรมาส 4/64 คลอดสาขาเพิ่มอีก 40-50 แห่ง จากกลางปีที่มี 719 สาขา

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564บริษัทมองว่ายังคงมีการเติบโตที่ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าในช่วงเดือนมกราคม และเมษายน ที่ผ่านมาจะมีการกลับมาแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระรอกที่ 2 และ 3แต่ด้วยฐานลูกค้าสวนใหญ่เป็นเกษตรกรทำให้ไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ขณะเดียวกันด้วยปีนี้ฝนมาเร็วไม่แล้งเหมือนปีก่อนๆ ผลผลิตจึงมีปริมาณมากขึ้น ราคาสินค้าเกษตรยังทรงตัวในระดับสูง ทำให้เกษตรกรมีความต้องการลงทุนต่อ

ฐานลูกหนี้แกร่ง

ประกอบกับแผนการขยายสาขาใหม่เพิ่ม 200 สาขาในปี 2564ปัจจุบันได้ทยอยเปิดให้บริการครบแล้ว ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทมีสาขาให้บริการสินเชื่อเพิ่มเป็นกว่า 719 สาขา ครอบคลุมแล้วกว่า 44 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ทั้งนี้จากนโยบยการควบคุมโรคระบาดทำให้มีบางจังหวัดถูกล็อกดาวน์นั้น เบื้องต้นสาขาที่ได้รับผลกระทบจากการจำกัดระยะเวลาในการเปิดใให้บริการมีเพียง 5 แห่งเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อยของบริษัท กลุ่มลูกค้าสินเชื่อหลักๆ จะอยู่ในระดับอำเภอ และตำบล ที่ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตตามปกติ

จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้บริษัทมียอดการทำสัญญากับลูกค้าใหม่เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 15% ต่อเดือน ทำให้ปัจจุบันบริษัทมียอดการทำสัญญาสินเชื่อในพอร์รวมมากกว่า 250,000 ราย และมีมูลค่าพอร์ตมูลหนี้คงค้างอยู่ที่กว่า 7,500 ล้านบาท จากต้นปีมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 6,406ล้านบาท ดังนั้น บริษัทจึงมองว่าโอกาสที่การเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายนั้นมีสูงตามความต้องการสินเชื่อที่ขยายตัว จึงยังคงเป้าหมายสิ้นปี 2564 นี้ ที่จะมีสัญญาสินเชื่อในพอร์ตรวมเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 300,000 สัญญา และมีพอร์ตมูลหนี้คงค้างที่กว่า 8,400 ล้านบาท

ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี 2564 บริษัทยังคงมุ่งตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อเป็นธรรม เข้าใจและเข้าถึงประชาชน โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน รวมถึงเพื่อเป็นการยกระดับการให้บริการปล่อยสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว และใช้เป็นเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงเรื่องคุณภาพของสินเชื่อและบริหารจัดการ NPLs ให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ซึ่งในปีนี้บริษัทวางเปาหมยการรักษาระดับ NPLs ไม่เกิน 2.5% โดยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่ 2.1% กว่าๆ โดยในไตรมาสสองก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน



คลอดสาขาใหม่

ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายสร้างการเติบโตภายในระยะ 2 ปีจากนี้ หรือภายในปี 2566 พอร์ตสินเชื่อจะขยายเพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนกว่า 2,000 ล้านบาท มาขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 200 สาขา หรือขยายสาขาเพิ่มเป็น 1,119 สาขา ซึ่งจะทำให้พอร์ตสินเชื่อสามารถเติบได้ได้มากขึ้น จากความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น อย่างไรก็ดีในช่วงปลายไตรมาส 4/2564 บริษัทปรับแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มเติมอีกประมาณ 40-50 สาขา ส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้ อาจมีสาาให้ที่เปิดให้บริการเพิ่มเป้นมาากกว่า 759-769 สาขา

ส่วนประเด็นในการลงทุนนั้น บริษัทมีความสนใจที่จะขยายการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) กันพันธมิตรที่มีศักยภาพ โดยในช่วงที่ผ่านมาภายหลังจากการเข้าจดทะเบียนยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) บริษัทได้รับความสนใจจากหลายบริษัทเข้ามาติดต่อหลายราย แต่เบื้องต้นยังคงไม่มีข้อสรุปเพราะอาจต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษา

อีกทั้งยังต้องพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุนและสถานการณ์ต่อการลงทุนอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบนยังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ที่มา: https://thunhoon.com/article/242217
 
Top