LALIN

Snow

Member
งบ q1 LALIN

aEBTaWS.png
 

Snow

Member
SMhFQyi.jpg

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก
เติบโตอย่างต่อเนื่อง รับรู้รายได้ 1,524 ล้านบาท กำไรสุทธิ 320 ล้านบาท ขยายตัว 29.4%

.
บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเหนือภาพรวมอุตสาหกรรม สามารถทำยอดรับรู้รายได้ที่ 1,524 ล้านบาท ขยายตัว 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมทั้งยังคงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้มีกำไรสุทธิที่ 320 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.4%
.
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แนวคิด “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” กล่าวถึงผลประกอบการในไตรมาสแรกที่ผ่านมาว่า แม้จะมีปัจจัยลบจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกสอง จากกลุ่มแรงงานต่างด้าว ซึ่งเริ่มระบาดตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องมายังต้นปี 2564 นี้ แต่ลลิลฯ มีการบริหารงานอย่างมืออาชีพ เน้นตลาด Real Demand และใช้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยใส่ใจทั้งในเรื่องของคุณภาพสินค้า คุณภาพของการบริการ ตลอดจนการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าได้ในราคาที่คุ้มค่า จึงช่วยให้บริษัทสามารถแข่งขันได้แม้ในสภาวะที่ตลาดโดยรวมไม่เติบโต โดยในไตรมาสแรกนี้บริษัทฯ สามารถบริหารงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ มียอดรับรู้รายได้จาการขายที่ 1,524 ล้านบาท ขยายตัว 21.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่สวนทางกับภาวะอุตสาหกรรมที่หดตัวลง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงความสามารถในการจัดการต้นทุนต่างๆ ยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยมีตัวเลขอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 39.1% ในขณะที่การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการใช้ E-Marketing ที่เพิ่มมากขึ้น โดยค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขาย ปรับลดลงจาก 6% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 4.5% ในไตรมาสปัจจุบัน ส่งผลให้ในไตรมาส1 ปี 2564 นี้ บริษัทมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 320 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.4%
.
ในแง่การบริหาความเสี่ยงทางด้านการเงิน บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม มีการใช้แหล่งเงินทุนที่หลากหลาย ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนมีวงเงินสำรองที่ยังไม่เบิกใช้อีกกว่า 2,500 ล้านบาท โดยบริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง แม้ว่าบริษัทจะมีการลงทุนขยายโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 - 6 ปีที่ผ่านมา มีอัตราหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio ณ สิ้นไตรมาสแรก เพียง 0.64 เท่า ซึ่งนับว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดซึ่งอยู่ที่ราว 1.5 เท่าอย่างมาก ในส่วนของแผนขยายธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่จำนวน 10 - 12 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 6,000 – 7,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการเปิดโครงการเพื่อการทดแทนโครงการเดิมที่จะทยอยปิดโครงการไป ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปแล้วทั้งสิ้น 5 โครงการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 3,550 ล้านบาท และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดเพิ่มเติมอีก 2 โครงการ รวมเป็นมูลค่าโครงการทั้งสิ้นราว 4,600 ล้านบาท โดยการขยายธุรกิจ บริษัทมีการดำเนินการด้วยระมัดระวัง มีการทยอยเปิดโครงการเพื่อประเมินผลตอบรับของตลาด มีการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดระลอกสามเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ที่มา: Facebook LALIN Society
 

Rooney10

Member

สรุป Q&A Oppday Q1/2021 บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) LALIN

1. ตั้งเป้าเติบโต 15% จริงหรือไม่
- ไม่จริง ตั้งเป้าโต 10% ตั้งแบบ conservetive มาตลอด

2. การอนุญาตให้ต่างชาติซื้อบ้านได้ ส่งผลดีกับ LALIN หรือไม่
- LALIN ขายบ้าน Real Demand ให้คนไทยมากกว่า

3. ยอดจองเดือนเมษา พฤษภา ลดลงหรือไม่
- ยังมีทิศทางที่เป็นไปตามเป้า ยอดเยี่ยมชม ลดลงบ้าง แต่การปิดการขายกลับเพิ่มขึ้น เพราะคนที่มา เป็นกลุ่มที่ตั้งใจซื้อจริง ๆ

4. ราคาเหล็กมีผลต่อต้นทุนแค่ไหน จะปรับเพิ่มราคาขายหรือไม่
- ต้องยอมรับว่าเหล็กราคาขึ้นรุนแรงจริง ๆ ทาง บ. monitor และควบคุมต้นทุนตลอด ปัจจุบันนี้ สัก 2 อาทิตย์ - 1 เดือนนี้ ราคาเริ่มลงมาแล้ว
ทาง บ.ได้จองเหล็กล่วงหน้า ได้ราคาต้นทุนเดิม ถึงเดือน สิงหา ปีนี้ ส่วนวัตถุดิบอื่น ๆ ราคาลดลง เช่นปูนซีเมนต์ ส่วนสินค้าอื่น ๆ แทบจะไม่เพิ่ม

5. แผนการซื้อที่ดิน
- ปีนี้ตั้งเป้า 1-1.2 พันล้าน ซื้อไปแล้ว 800 ล้าน

6. ช่วงโควิดมีผลต่อการโอนหรือไม่
- จะบอกว่าไม่มีผลคงเป็นไปไม่ได้ แต่ภาพรวม ยังสามารถบริหารจัดการได้

7. การขยายรถไฟไปชานเมือง ส่งผลดี - ผลเสีย ต่อบริษัทหรือไม่
- LALIN ได้เปรียบ โดยขายทาวโฮมแข่งกับคอนโด ในราคาเท่ากัน แต่ได้เป็นบ้าน เป็นทางเลือกให้บริโภค บวกกับสถานการณ์โควิด ทำให้คนสนใจบ้านมากขึ้น

8. backlog
- ประมาณ 1,000 กว่าล้านบาท แนวโน้ม Q2 น่าจะสามารถทำได้ตามเป้า

9. แผนครึ่งปีหลัง
- มีแผนเปิด 3-4 โครงการ (จากแผน 10-12 โครงการของปีนี้)

10. รายได้จะโตเท่าไหร่
- ปีนี้ตั้งเป้าโต 6%

11. Rejection rate
- 20-25% ไม่เพิ่ม ไม่ลด

12. โควิดทำให้ GP ลดหรือไม่
- ไม่ได้ทำให้ GP ลดลง ราคาที่ขาย ได้ทำการสำรวจมาดีแล้ว ตอบโจทย์ลูกค้า และแข่งขันได้ ทาง บ.ไม่ได้ทำสงครามราคา เหมือนคอนโด

13. แผน 5 ปี
- ปกติตั้งเป้าปีละ 10-15% แต่หลายปีที่ผ่านมา ก็ได้มากกว่าเป้ามาตลอด

14. ลูกค้าไทย ต่างชาติ
- ลูกค้าไทย 99%

15. ลูกค้าชาวจีน
- LALIN ไม่ได้ทำคอนโด ที่ลูกค้าจีนชอบซื้อ

16. ดอกเบี้ยหุ้นกู้
- ตัวที่จะออกใหม่ ดอกเบี้ยจะลดลง (ต่ำกว่า 3%) ตัวเก่า 3.2-3.3% ยังเชื่อว่าไม่น่ากังวล
 
Top